Two elephants holding a wheel of Dhamma at the entrance gate of Wat Pa Lak Roy, Non Thai district, Nakhon Ratchasima, Thailand
|

วัดป่าหลักร้อย วัดนี้มีความแตกต่างจากวัดอื่น ตั้งอยู่ที่อำเภอโนนไทย

วัดป่าหลักร้อย : วัดที่แตกต่างจากวัดอื่น ที่อำเภอโนนไทย นครราชสีมา

วัดป่าหลักร้อย ตั้งอยู่ที่บ้านหลักร้อย หมู่ 9 ตำบลโนนไทย อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา ห่างจากตัวเมืองโคราชประมาณ 30 กิโลเมตร วัดแห่งนี้ไม่ใช่วัดธรรมดา แต่เป็น “อุทยานการศึกษา” ที่จำลองภาพสวรรค์และนรกตามคติพุทธศาสนาไว้ด้วยรูปปั้นปูนปั้นขนาดเท่าคนจริงนับร้อยตัว เพื่อสอนเรื่องกฎแห่งกรรม บาป-บุญ ให้เห็นกันจะจะ จนมีคำกล่าวว่า “สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ที่วัดป่าหลักร้อย”

ซุ้มประตูช้างคู่ชูธรรมจักร ทางเข้าวัดป่าหลักร้อย อำเภอโนนไทย นครราชสีมา

ซุ้มประตูช้างคู่ชูธรรมจักร ต้อนรับผู้มาเยือนวัดป่าหลักร้อย

ประวัติวัดป่าหลักร้อย

วัดป่าหลักร้อยเริ่มจากการเป็นที่พักสงฆ์ในราวปี พ.ศ. 2520 ก่อนได้รับอนุญาตให้ตั้งเป็นวัดอย่างถูกต้องในเวลาต่อมา บนเนื้อที่ประมาณ 48 ไร่ (ราว 77,000 ตารางเมตร) ภายใต้การนำของเจ้าอาวาส พระครูสิริภัทราภรณ์ (หลวงพ่อนิยม สุภัทโท) พระสงฆ์และชาวบ้านได้ร่วมกันสร้างอุทยานการศึกษาขึ้น โดยจัดแสดงรูปปั้นเปรียบเทียบผลของกรรมดีและกรรมชั่ว สวรรค์กับนรก เคียงคู่กันตั้งแต่ประตูทางเข้าไปทั่วทั้งบริเวณวัด

อุทยานการศึกษา : ทัวร์นรก-ขึ้นสวรรค์

จุดเด่นที่สุดของวัดคือสวนนรกภูมิ ที่จำลองการลงโทษสัตว์นรกตามบาปที่ก่อไว้ ทั้งการปีนต้นงิ้วหนามแหลมของผู้ประพฤติผิดในกาม เปรตร่างผอมโซสูงลิบ และการลงทัณฑ์ในกระทะทองแดง หลายครอบครัวพาลูกหลานมาชมเพื่อสอนใจเรื่องบาปบุญคุณโทษ (แต่บางฉากก็สยดสยองเอาเรื่อง ผู้ปกครองควรใช้วิจารณญาณ)

รูปปั้นสัตว์นรกปีนต้นงิ้ว วัดป่าหลักร้อย

ผู้ประพฤติผิดในกามต้องปีนต้นงิ้ว มีหมานรกเฝ้าข้างล่าง อีกาจิกอยู่ข้างบน

สวนนรกภูมิ วัดป่าหลักร้อย โนนไทย

แต่ละฉากในสวนนรกแสดงผลกรรมของบาปแต่ละอย่าง

รูปปั้นเปรตยักษ์ วัดป่าหลักร้อย

เปรตยักษ์ร่างผอมโซ สูงตระหง่านเหนือทางเดิน

รูปปั้นแปลกตาทั่วทั้งวัด

นอกจากนรกภูมิแล้ว ภายในวัดยังเต็มไปด้วยรูปปั้นสารพัดแบบ ตั้งแต่ยีราฟคู่ยักษ์ที่เป็นซุ้มประตูอุทยานการศึกษา ม้าลาย เสือ นกเงือกยักษ์ เทพเจ้าฮินดูอย่างพระศิวะและพระอุมา เทพเจ้าจีน พระสังกัจจายน์ ไปจนถึงศาลาที่สร้างอยู่ในตัวเสือยักษ์ ผสมผสานศิลปะไทย จีน และตะวันตกอย่างไม่ซ้ำใคร

ซุ้มประตูยีราฟ อุทยานการศึกษา วัดป่าหลักร้อย

ยีราฟคู่เฝ้าประตู “อุทยานการศึกษา” ด้านในมีม้าลายและเสือรออยู่

ศาลาในตัวเสือยักษ์ วัดป่าหลักร้อย

ศาลาที่สร้างอยู่ในตัวเสือยักษ์ หนึ่งในมุมถ่ายรูปยอดนิยม

ศาลาทองและรูปปั้นยักษ์ วัดป่าหลักร้อย

ศาลายอดทองคำ ล้อมรอบด้วยรูปปั้นเทวดาและผู้พิทักษ์ขนาดยักษ์

เทพเจ้าจีนและพระสังกัจจายน์ วัดป่าหลักร้อย

เทพเจ้าจีนและพระสังกัจจายน์เรียงรายตามบันไดขึ้นลานหลัก

หยอดเหรียญรับพร

อีกจุดที่ทำให้วัดป่าหลักร้อยไม่เหมือนใครคือรูปปั้นกลไกหยอดเหรียญ หยอด 5 บาทวงดนตรีพื้นบ้านจะบรรเลงเพลง หยอดเหรียญที่รูปปั้นสัตว์ประจำปีนักษัตรของตัวเองก็จะได้ยินเสียงร้องของสัตว์ตัวนั้น และที่เด็ดที่สุดคือรูปปั้นกลไกขนาดเท่าองค์จริงของหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ แห่งวัดบ้านไร่ หยอด 5 หรือ 10 บาท ท่านจะพูดให้พรแก่ผู้บริจาค อย่าลืมพกเหรียญไปเยอะ ๆ

ประวัติศาสตร์โคราชในรูปปั้น

ภายในอุทยานยังมีฉากจำลองเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ วีรกรรมของท้าวสุรนารี (ย่าโม) และชาวโคราชที่ร่วมกันต่อสู้กองทัพลาวเมื่อ พ.ศ. 2369 พร้อมช้างศึกขนาดใหญ่ นับเป็นวัดไม่กี่แห่งที่นำพุทธภูมิและประวัติศาสตร์ท้องถิ่นมาไว้ด้วยกัน

ฉากช้างศึกและวีรกรรมท้าวสุรนารี วัดป่าหลักร้อย

ฉากช้างศึกและการสู้รบ รำลึกวีรกรรมท้าวสุรนารี พ.ศ. 2369

การเดินทาง

จากตัวเมืองโคราช ใช้ถนนสาย 205 (มุ่งหน้าอำเภอโนนไทย–ชัยภูมิ) จากแยกจอหอ (จุดตัดถนน 205 กับทางหลวงหมายเลข 2) ขับไปประมาณ 17.5 กิโลเมตร จะเห็นป้ายวัดอยู่ทางซ้ายมือ เลี้ยวเข้าไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร มีลานจอดรถกว้างขวาง เข้าชมฟรี (เครื่องกลหยอดเหรียญรับบริจาคเป็นเหรียญ) โทร. 0-4438-1076

พิกัดที่ตั้ง: 15.172569, 102.073717

ดูอัลบั้มภาพถ่ายวัดป่าหลักร้อยทั้งหมดบน Flickr

คำถามที่พบบ่อย

วัดป่าหลักร้อยคือวัดอะไร?

วัดป่าหลักร้อยเป็นวัดที่บ้านหลักร้อย อำเภอโนนไทย จังหวัดนครราชสีมา มีชื่อเสียงจาก “อุทยานการศึกษา” ที่จำลองสวรรค์และนรกด้วยรูปปั้นนับร้อยตัว เพื่อสอนเรื่องกฎแห่งกรรมและบาปบุญคุณโทษ

วัดป่าหลักร้อยอยู่ห่างจากตัวเมืองโคราชแค่ไหน?

ประมาณ 30 กิโลเมตรจากตัวเมืองนครราชสีมา ใช้ถนนสาย 205 มุ่งหน้าโนนไทย–ชัยภูมิ จากแยกจอหอขับไปประมาณ 17.5 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายตามป้ายวัดเข้าไปอีกราว 2 กิโลเมตร

เข้าชมวัดป่าหลักร้อยเสียค่าใช้จ่ายไหม?

เข้าชมฟรี ไม่มีค่าบัตรผ่านประตู แต่ควรพกเหรียญ 5–10 บาทไว้หยอดรูปปั้นกลไกต่าง ๆ เช่น วงดนตรี สัตว์ 12 นักษัตร และรูปปั้นหลวงพ่อคูณที่พูดให้พรได้ ซึ่งเป็นการร่วมทำบุญกับวัด

เหมาะพาเด็กไปเที่ยวหรือไม่?

หลายครอบครัวพาลูกหลานมาเรียนรู้เรื่องบาปบุญคุณโทษ แต่ฉากในสวนนรกบางฉากค่อนข้างน่ากลัวและโจ่งแจ้ง ผู้ปกครองควรใช้วิจารณญาณสำหรับเด็กเล็ก

Similar Posts

  • Vientiane : Laos’ Capital

    Home › บทความที่แนะนำ › Vientiane : Laos’ Capital Vientiane : Laos’ Capital If you are to travel in Vientiane (which is the capital of Laos) it could be one of the friendliest and delightful experience, or you can get bored also quickly there. It really depends what you are looking for. I like Vientiane to…

  • Palio Khao Yai

    Home › Attractions › Palio Khao Yai Palio is an Italian style village located in Khao Yai. It’s about 10 km from the main gate to the park, or 25 km from Pak Chong. The parking isn’t very big and this village is located directly on the main road. You will find a lot of…

  • |

    Southern Thai food in Korat

    Home › Featured articles › Southern Thai food in Korat https://www.youtube.com/watch?v=1Mq7bmXZu6g Nice restaurant offering Southern Thai food near Wat Salawan. Try the Kua King, or Gai Ruen Khem. Open from early to 8 pm. It’s called KRUA PAK TAI which means “cuisine of the South”. The owner is from Nakhon Si Thammarat. Here’s the google…

  • | |

    Korat Thai Tea shop – a hidden gem of 50 yo.

    Home › บทความที่แนะนำ › Korat Thai Tea shop – a hidden gem of 50 yo. This is a small place in a soi that a Thai friend of mine showed me. It’s located directly in the soi beside Klang Plaza 1 or in front of Korat Hotel. The shop is closed on Sunday. It normally…

  • ประวัติวันสงกรานต์

    Home › บทความที่แนะนำ › ประวัติวันสงกรานต์ ประวัติวันสงกรานต์  “สงกรานต์” มาจากภาษาสันสฤกตว่า สํ-กรานต แปลว่า ก้าวขี้น ย่างขึ้น หรือก้าวขึ้น การย้ายที่ เคลื่อนที่ คือพระอาทิตย์ย่างขึ้น สู่ราศีใหม่ หมายถึงวันขึ้นปีใหม่ไทย  กิจกรรมส่วนใหญ่ที่ทำในเทศกาลนี้ก็มี การทำความสะอาดบ้านเรือน ทำบุญทำทาน สรงน้ำพระ รดน้ำขอพรผู้ใหญ่ และเล่นสาดน้ำกัน เป็นต้น ปกติวันสงกรานต์จะมี ๓ วัน คือ เริ่มวันที่ ๑๓ เมษายน ถึงวันที่ ๑๕ เมษายน วันแรกคือวันที่ ๑๓ เป็นวันมหาสงกราต์ วันที่พระอาทิตย์ต้องขึ้นสู่ราศีเมษ วันที่ ๑๔ เป็นวันเนา วันที่ ๑๕ เป็นวันเถลิงศกใหม่ และเริ่มจุลศักราชในวันนี้ เมื่อก่อนจริงๆ มีถึง ๔ วัน คือวันที่ ๑๓ -๑๖ เป็นวันเนาเสีย ๒ วัน…

Leave a Reply

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.